Array >> เป็นโครงสร้างข้อมูลที่เรียกว่า Linear List มีลักษณะคล้ายเซ็ตในคณิตศาสตร์ คือ อะเรย์จะประกอบด้วยสมาชิกที่มีจำนวนคงที่
ข้อกำหนดของการกำหนดค่าต่ำสุดและค่าสูงสุดของ subscript คือ
1. ค่าต่ำสุดต้องมีค่าน้อยกว่าหรือเท่ากับค่าสูงสุดเสมอ
2. ค่าต่ำสุด เรียกว่า ขอบเขตล่าง (lower bound)
3.ค่าสูงสุด เรียกว่า ขอบเขตบน (upper bound)
ขนาดของอะเรย์ = ผลคูณของขนาดของ subscript แต่ละตัว
Initialization คือ การกำหนดค่าเริ่มต้นให้กับอะเรย์ การกำหนดค่าให้กับตัวแปรชุดที่มีค่าเป็นตัวเลข
Record or Structure >> เป็นโครงสร้างข้อมูลที่ประกอบขึ้นมาจากข้อมูลพื้นฐานต่างประเภทกัน
รวมเป็น 1 ชุดข้อมูล คือจะประกอบด้วย data element หรือ field
ในภาษา C ก็คือการกำหนดข้อมูลเป็นรูปแบบของ Structure
Structure คือโครงสร้างที่สมาชิกแต่ละตัวมีประเภทข้อมูลแตกต่างกัน อาจมีสมาชิกเป็นจำนวนเต็ม
ทศนิยม อักขระ อะเรย์ หรือพอยเตอร์
เรื่อง Set and String
โครงสร้างข้อมูลแบบเซ็ต
เป็นโครงสร้างข้อมูลที่แต่ละตัวไม่มีความสัมพันธ์กัน
สตริง หรือ สตริงของอักขระ เป็นข้อมูลที่ประกอบด้วย ตัวอักษร ตัวเลขหรือเครื่องหมาย
เรียงติดต่อกัน รวมทั้งช่องว่าง
ความยาวของสตริง จะถูกกำหนดโดย ขนาดของสตริง
วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2554
สรุปครั้งที่ 2 โครงสร้างข้อมูลและขั้นตอนวิธี
การแทนที่ข้อมูลในหน่วยความจำหลัก มีการแทนที่ข้อมูล 2 วิธี
1.การแทนที่ข้อมูลแบบ สแตติก (Static Memory Representation)
2.การแทนที่ข้อมูลแบบ ไดนามิก (Dynamic Memory Representation )
การแทนที่ข้อมูลแบบ สแตติก เป็นการแทนที่ข้อมูลที่มีการจองเนื้อที่แบบคงที่แน่นอน
ข้อมูลที่มีการแทนที่หน่วยความจำหลักแบบสแตติก คือแถวลำดับ (Array)
การแทนที่ข้อมูลแบบ ไดนามิก เป็นการแทนที่ข้อมูลที่ไม่ต้องจองเนื้อที่ ขนาดของเนื้อที่ยืดหยุ่นได้ตามความต้องการของผู้ใช้
โครงส้างข้อมูลที่มีการแทนที่หน่วยความจำหลัก คือ ตัวชี้ หรือ พอยเตอร์ (pointer)
+ ขั้นตอนวิธี (Algorithm)
เป็นวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ อย่างมีระบบมีลำดับขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนกระทั่งได้ผลลัพธ์
+ การแสดงขั้นตอนวิธี เช่น การเขียนด้วยผังงาน (Flowchart)
+ ภาษาขั้นตอนวิธี เป็นภาษาสำหรับเขียนขั้นตอนวิธี มีรูปแบบสั้น กระชับรัดกุม
คำถาม
การแทนที่ข้อมูลแบบสแตติกและการแทนที่ข้อมูลแบบไดนามิกมีความสำคัญกันอย่างไร
1.การแทนที่ข้อมูลแบบ สแตติก (Static Memory Representation)
2.การแทนที่ข้อมูลแบบ ไดนามิก (Dynamic Memory Representation )
การแทนที่ข้อมูลแบบ สแตติก เป็นการแทนที่ข้อมูลที่มีการจองเนื้อที่แบบคงที่แน่นอน
ข้อมูลที่มีการแทนที่หน่วยความจำหลักแบบสแตติก คือแถวลำดับ (Array)
การแทนที่ข้อมูลแบบ ไดนามิก เป็นการแทนที่ข้อมูลที่ไม่ต้องจองเนื้อที่ ขนาดของเนื้อที่ยืดหยุ่นได้ตามความต้องการของผู้ใช้
โครงส้างข้อมูลที่มีการแทนที่หน่วยความจำหลัก คือ ตัวชี้ หรือ พอยเตอร์ (pointer)
+ ขั้นตอนวิธี (Algorithm)
เป็นวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ อย่างมีระบบมีลำดับขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนกระทั่งได้ผลลัพธ์
+ การแสดงขั้นตอนวิธี เช่น การเขียนด้วยผังงาน (Flowchart)
+ ภาษาขั้นตอนวิธี เป็นภาษาสำหรับเขียนขั้นตอนวิธี มีรูปแบบสั้น กระชับรัดกุม
คำถาม
การแทนที่ข้อมูลแบบสแตติกและการแทนที่ข้อมูลแบบไดนามิกมีความสำคัญกันอย่างไร
วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2554
สรุปครั้งที่ 1 โครงสร้างข้อมูลและขั้นตอนวิธี
โครงสร้างข้อมูลและขั้นตอนวิธี
ข้อมูล คือ ข้อเท็จจริงต่างๆ ซึ่งอาจจะเป็นตัวเลขหรือไม่เป็นตัวเลขก็ได้
โครงสร้าง คือ ความสัมพันธ์ของสมาชิกในกลุ่ม
โครงสร้างข้อมูล มีความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลที่อยู่ในโครงสร้างนั้นๆ ยังรวม
ไปถึง กระบวนการจัดการข้อมูลในโครงสร้าง เช่น เพิ่ม แก้ไข ลบ
ไปถึง กระบวนการจัดการข้อมูลในโครงสร้าง เช่น เพิ่ม แก้ไข ลบ
โครงสร้างข้อมูลในภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน มีอยู่ 2 ประเภท
1. โครงสร้างข้อมูลทางกายภาพ
2.โครงสร้างข้อมูลทางตรรกะ
1. โครงสร้างข้อมูลทางกายภาพ
มีข้อมูลเบี้ยงต้นและข้อมูลโครงสร้าง
ข้อมูลเบี้ยงต้น >> จำนวนเต็ม จำนวนจริง ตัวอักขระ
ข้อมูลโครงสร้าง >> แถวลำดับ ระเบียบข้อมูล แฟ้มข้อมูล
2. โครงสร้างข้อมูลทางตรรกะ
มีข้อมูลแบบเชิงเส้นและข้อมูลแบบไม่เชิงเส้น
ข้อมูลแบบเชิงเส้น >> ลิสต์ แสตก คิว สตริง
ข้อมูลแบบไม่เชิงเส้น >> ทรี กราฟ
และในการเลือกใช้โครงสร้าง จะต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์กับข้อมูลชุดนั้น
ได้อย่างสมบูรณ์
คำถาม
โครงสร้างข้อมูลมีความสัมพันธ์อย่างไร
คำถาม
โครงสร้างข้อมูลมีความสัมพันธ์อย่างไร
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)